เลือกสถานที่ฝึกที่ถูกต้อง และ ระวังผู้ฝึกสอนปลอม

Posted in บทความ on July 8th, 2010 by admin

ปัจจุบันการเปิดสถานที่ฝึกสอนศิลปะการต่อสู้ยังไม่มีการควบคุมและยังเปิดกว้างอยู่มาก
ผู้สนใจเข้าฝึกควรตรวจสอบรายละเอียดการสอน วิชา ที่มาและประวัติผู้สอนด้วยตนเอง
หากไม่แน่ใจให้สอบถามจนมั่นใจก่อนที่จะเข้าเรียนเพื่อประโยชน์ของตน

เนื่องจากหลาย ๆ ครั้งที่มีปัญหาเรื่องความไม่รู้ของผู้ฝึกที่เข้าไปฝึกในโรงฝึกเถื่อนหรือโรงฝึกที่ไม่ได้รับการรับรอง
จนคุณวุฒิที่ได้ใช้แรงกาย แรงใจ เข้าฝึกมากลายเป็นของเถื่อนเช่นกัน

ยกตัวอย่างที่เคยพบเห็นมา เช่น ผู้สอนชื่อนาย A (นามสมมุติ) เรียนวิชา AA (ชื่อสมมติ) ไปได้สองสามเดือนแล้ว
ก็คิดว่าตัวเองเก่งแล้วออกมาเปิดสอนวิชา AA หรือ ไปตั้งวิชาใหม่ชื่อ AAA ไปซะอย่างนั้น
โดยบอกว่าวิชาใหม่นี้ได้รับการรับรองจากผู้สอนของนาย A คนเข้าเรียนก็เชื่อใจผู้สอน
และ ฝึกไปจนนาย A ให้ใบประกาศนียบัตรมาใบหนึ่ง แล้วผู้เรียนเกิดย้ายบ้านไปอยู่อีกที่หนึ่ง
จึงนำใบประกาศนียบัตรที่ได้ไปที่โรงฝึกใหม่ แต่ถูกปฏิเสธว่าวุฒิที่ได้ไม่ใช่ของจริง และ
ไม่สามารถฝึกต่อไปได้เนื่องจากไม่สามารถพิสูจน์ถึงการฝึกที่ถูกต้องจริง รวมทั้งนาย A
ที่เป็นผู้สอนเองก็ไม่มีคุณวิฒิเพียงพอที่จะสอนและออกวุฒิให้ได้ ทางเดียวที่ผู้ฝึกจะทำได้คือเริ่มฝึกใหม่
แต่แรกอีกครั้งหนึ่ง…

กรณีข้างบนนี้เกิดขึ้นค่อนข้างบ่อยในบ้านเราทั้งวิชาที่โด่งดังแล้วหรือวิชาใหม่ ๆ
บางครั้งผู้สอนแทบไม่เคยฝึกอะไรมาเลยมาเปิดสอนก็มี
บางครั้งก็เป็นเพียงคนที่ชอบดูวิชาเหล่านั้นแต่ไม่เคยไปฝึกแต่ก็คิดว่าตัวเองเป็นแล้วก็มี
อย่างไรก็ตามอย่าลืมว่าผู้ฝึกเป็นผู้รับผิดชอบตัวเองที่จะเข้าไปฝึกหรือไม่ครับ

รับสมัครผู้เข้าร่วมโครงการสอนในสยามไฟเตอร์คลับ

Posted in ประกาศ on May 5th, 2010 by admin
รับสมัครผู้เข้าร่วมโครงการสอนในสยามไฟเตอร์คลับ
หากท่านเป็นผู้ฝึกสอนศิลปะป้องกันตัวที่ต้องการหาสถานที่ฝึกสอนใหม่
สำหรับผู้สอนศิลปะการต่อสู้ในวิชาอื่น ๆ ที่มิได้มีสอนที่สยามไฟเตอร์คลับในปัจจุบัน

เช่น ยูโด ไอคิโด คาราเต้ หรือ กิจกรรมอื่น ๆ ที่ต้องการใช้ห้องกว้าง ๆ เช่น โยคะ หรือ แอโรบิค
หากต้องการแบ่งเช่าสถานที่เพื่อทำการฝึกสอน ในเวลาที่ห้องฝึกว่าง ทั้งวันธรรมดา หรือ วันเสาร์อาทิตย์
สามารถติดต่อมาได้ที่สยามไฟเตอร์คลับ อีเมล์

โดยมีเงื่อนไขดังนี้

  • เป็นผู้มีความรู้ ความสามารถในการฝึกสอนนั้นจริง
  • สามารถแสดงคุณวุฒิ ที่สามารถตรวจสอบได้ เช่น ใบประกาศนียบัตร หรือ จดหมายรับรอง
  • สามารถดำเนินการหาผู้ฝึกได้ด้วยตนเอง สยามไฟเตอร์คลับจะให้บริการเพียงสถานที่ฝึกเท่านั้น
ดูรายละเอียดที่ http://www.siamfighter-club.com

สยามไฟเตอร์ เปิดศูนย์ศิลปะป้องกันตัวใหม่

Posted in ประกาศ on May 5th, 2010 by admin

สยามไฟเตอร์ เปิดศูนย์ศิลปะป้องกันตัวใหม่ภายใต้ชื่อ สยามไฟเตอร์คลับ

เปิดทำการวันที่ 1 มิถุยายน 2553 บริเวณถนนสาธุประดิษฐ์
สถานที่ใกล้เคียงได้แก่ เซ็นทรัลพระรามสาม, ทางลงทางด่วนสาธุประดิษฐ์, สถานีรถไฟฟ้าช่องนนทรี,
ถนนสาทร, ถนนนาราธิวาส, สถานี BRT ถนนจันทร์

ทำการสอนศิลปะการต่อสู้

  • เทควันโด้
  • ยูยิสสู
  • บูจินกัน บูโด ไทจุสสุ
  • Ladies Can Fight! ศิลปะการต่อสู้สำหรับสุภาพสตรี

ผู้สนใจสามารถเข้าฝึกได้โดยดูรายละเอียดได้จากภายในเวปไซด์  http://www.siamfighter-club.com

การแข่งขัน SiamFighter Martial Arts Championship 2010

Posted in ประกาศ on April 16th, 2010 by admin

เรื่องการแข่งขันของศิลปะการต่อสู้หลาย ๆ ประเภทนั้นถึงแม้เราจะไม่ได้มีกิจกรรมมานาน

แต่ผมเองก็ได้เคยเกริ่นเรื่องนี้กับหลาย ๆ คนไว้ จนมาในปีนี้คิดว่าน่าจะทำการจัดได้แล้วครับ

จึงได้วางแผนไว้ว่าในปลายปี 2010 สยามไฟเตอร์จะจัดทำการแข่งขันศิลปะการต่อสู้ในรูปแบบต่าง ๆ ดังนี้

1. การแข่งการต่อสู้  โดยเปิดกว้างสำหรับนักศิลปะการต่อสู้ทุกประเภท
2. การทำลาย

รายละเอียดอื่น ๆ ขอให้ติดตามได้จากบอร์ด http://www.siamfighter.org/sfforum/forumdisplay.php?fid=21

Tags: ,

เรียนฟรีหรือเสียเงินดีกว่ากัน

Posted in บทความ on October 2nd, 2009 by admin

สำหรับคนที่เริ่มฝึกศิลปะการต่อสู้ใหม่ ๆ บางครั้งอาจจะสับสนว่าจะเลิอกสถานที่สอนที่เรียนฟรี
ได้ตามชมรม ตามสมาคมต่าง ๆ หรือ จะเสียเงินเรียนตามยิมส์ตามโรงฝึกต่าง ๆ ดี บางครั้งวิชา ๆ
เดียวกันแต่กลับราคาต่างกันเป็นพัน ๆ วันนี้ขอแสดงความคิดเห็นให้ไปคิดต่อกันนะครับ

พูดถึงการเรียนฟรีอย่างที่เห็นข้อดีของการเรียนแบบไม่เสียค่าใช้จ่ายคือ
คนฝึกอยากเข้าฝึกเมื่อไรก็ได้และเลิกไปได้โดยไม่มีอะไรต้องห่วง
สำหรับบ้านเราในหลาย ๆ วิชามีการเรียนโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายตามโรงเรียน
มหาวิทยาลัย และ สมาคมที่ได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานต่าง ๆ
อย่างที่บอกไปข้อดีนั้นเห็นได้ชัดอยู่แล้ว แต่ข้อเสียล่ะมีอะไรบ้าง หลาย ๆ
ครั้งที่การเรียนโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายมักเป็นการเรียนในระยะสั้น ๆ
เช่น ช่วงปิดเทอม ข้อดีคือเด็กจะมีกิจกรรมทำ แต่ข้อเสียก็คือการฝึกที่ไม่ต่อเนี่อง
ถ้าเป็นผู้ฝึกศิลปะการป้องกันตัวจริง ๆ แล้ว จะรู้กันอยู่ว่าการเรียนในช่วงสั้น ๆ นั้น
จะได้ผลน้อยกว่าที่คิดไว้ในมุมมองของผู้ที่ฝึกมาเป็นเวลานาน ข้อเสียอีกอย่างหนึง
คือ หลาย ๆ ครั้งที่พบว่าการฝึกสอนมักมีลักษณะที่ขาดผู้ฝึกสอนที่มีประสบการณ์
เช่น อาจจะเป็นผู้ช่วยสอนหรือลักษณะพี่สอนน้องมากกว่า ทำให้บางครั้งขาดมาตรฐานการฝึกที่ควรมีไป

การเรียนแบบเสียค่าใช้จ่ายปัจจุบันพบมากขึ้นในหลาย ๆ วิชา ในฐานะที่ทำโรงฝึก
มาเองแต่แรกก็พอทราบว่าทำไมถึงต้องเก็บเงิน
เพราะโดยมากจะเป็นโรงฝึกส่วนตัว ไม่มีส่วนที่สนับสนุนจากสมาคม หรือ หน่วยงานต่าง ๆ
ทำให้จำเป็นต้องหาทุกอย่างเข้ามาเอง สมัยนี้ทุกอย่างเป็นตัวเงินทั้งนั้นตั้งแต่สถานที่ฝึกสอน
ค่าน้ำ ไฟ อุปกรณ์ ชุดฝึก ซึ่งส่วนมากผู้ฝึกสอนในแบบที่ไม่เสียค่าใช้จ่ายมัก
ได้รับการสนับสนุนในเรื่องนี้ รวมทั้งได้เบี้ยเลี้ยงจากต้นสังกัดอยู่แล้วอีกด้วย

จริง ๆ แล้วด้วยประสบการณ์ส่วนตัวพบว่าในต่างประเทศโดยเฉพาะประเทศพัฒนาแล้วไม่ว่าที่ไหน ๆ
ก็เก็บค่าฝึกกันหมด อย่าลืมว่าหากเป็นผู้สอนที่สอนอย่างเดียวแล้วถ้าไม่มีค่าฝึกนี่ก็อยู่ไม่ได้เหมือนกัน
ตามมหาวิทยาลัยญี่ปุ่นตามชมรมศิลปะการต่อสู้ต่าง ๆ ก็ยังจำเป็นต้องเป็นค่าบำรุงชมรม(ที่แพงกว่าค่าฝึกบ้านเราเสียอีก)

แต่อย่างไรก็ตามค่าฝึกก็ไม่ได้เป็นตัวบอกถึงประสิทธิภาพในการฝึกสอนหรือความสามารถของอาจารย์แต่อย่างไร
ตามสถานที่สอนโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายเช่นตามสวนออกกำลังต่าง ๆ ก็มีอาจารย์หลาย ๆ ท่านที่สอนโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย
แต่ก็มีอีกกลุ่มที่อยู่ดี ๆ เกิดอยากสอนก็สอนฟรีขึ้นมาทั้งที่ไม่ได้มีความสามารถอะไรเลยก็มีเยอะ
บางทีบอกสอนฟรีแต่ก็แอบมีค่าใช้จ่ายยิบย่อยก็เยอะ

ส่วนอีกทางหนึ่งพวกที่ค่าฝึกแพง ๆ ที่เราคิดว่าน่าจะมีคุณภาพบางครั้งอาจจะกลับกัน เพราะ หลายครั้งที่พบที่เจอว่า
ตั้งราคาค่าสอนให้แพงเพื่อเป็นธุรกิจ บางคนไม่เป็นอะไรเลยแต่ผู้ฝึกเข้าไปฝึกใหม่ก็ไม่รู้ว่าจริงไม่จริงก็จ่ายแพง ๆ ไป
เพราะถ้าตั้งราคาแพงและจ่ายไปแล้วก็อ้อยเข้าปากช้างไปแล้ว ถ้าคนเรียนเลิกฝึกไปคนสอนก็สบายอยู่ดี

ดังนั้นเรื่องราคานั้นแล้วแต่คนมาเรียนเถอะครับ ตามความพอใจสบายใจเรียนให้มีความสุขดีที่สุดดีกว่า

อย่างที่ผมเคยเขียนเรื่อง “ศิลปะการต่อสู้ญี่ปุ่น สายคาดกับความหมายที่ซ้อนอยู่
และ “การเลือกสถานที่ฝึกเป็นภาระของผู้ฝึกเอง
ผู้ที่สนใจเข้าเรียนใหม่ๆ ควรจะหาข้อมูลก่อนฝึก เรื่องของค่าใช้จ่ายอาจจะเป็นเรื่องรอง ๆ ลงมาด้วยซ้ำไปครับ

Tags: , ,

ศิลปะการป้องกันตัวกับสุภาพสตรี ตอนต่อที่ 1

Posted in บทความ on June 17th, 2009 by admin

“ผู้หญิงหากฝึกศิลปะป้องกันตัวจะใช้งานได้จริงไหม”
คำถามนี้ก็มักมีมาบ่อย ๆ โดยเฉพาะสำหรับผู้ฝึกศิลปะการต่อสู้หรือศิลปะการป้องกันตัวใหม่ ๆ
เพราะบางคนก็บอกยังไงก็สู้แรงผู้ชายไม่ไหว คิดเอาเองจนไม่คิดจะฝึกไปเลย
เมื่อได้รับคำถามนี้ถ้าให้ผมตอบก็ต้องตอบว่า “วิชาการต่อสู้ใช้งานได้จริง” ครับ แต่ก็มีเงื่อนไขอยู่บ้าง

จากประสบการณ์สอนศิลปะการต่อสู้และการป้องกันตัวมาประมาณกว่าสิบปีมีหลายครั้งที่ผมได้รับโทรศัพท์ในเวลาไม่ปกติ
จากลูกศิษย์หรืออดีตลูกศิษย์หลายคนที่เกิดมีเหตุการณ์ที่ต้องนำวิชาที่เคยฝึกไปใช้ในเหตุการณ์เฉพาะหน้า
นักเรียนหลายคนที่เป็นสุภาพสตรีที่ได้รับการฝึกไปเป็นเวลาพอสมควรหลายคนผ่านเหตุการณ์
ที่สามารถกลายเป็นเรื่องใหญ่มาได้ด้วยดี

ยกตัวอย่างเรื่องที่ผ่านมานานแล้ว มีนักเรียนคนหนึ่งที่เป็นสุภาพสตรีเข้ามาฝึกตอนนั้นได้ไม่นานแล้วคนหนึ่ง
ถูกลวนลามในรถยนต์โดยเพื่อนชายที่นั่งข้าง ๆ หลังจากที่เคยฝึกมานานพอสมควรเมื่อเจอเหตุการณ์ก็คุมสติได้
และแก้ไขง่าย ๆ เพียงการกดบีบแตรรถยนต์จนอีกฝ่ายตกใจ และนำตัวเองออกมาจากรถยนต์ได้
เมื่อผมสอบถามในภายหลังเธอให้เหตุผลว่า ในตอนนั้นไม่ค่อยรู้สึกกลัวเลยเพราะเวลาฝึกที่โรงฝึกเจอแต่ผู้ชายตัวใหญ่กว่านี้ตั้งเยอะ
แล้วก็จำที่เคยถูกสอนเรื่องการขอความช่วยเหลือขั้นต้นแบบนี้ได้ก็เลยได้นำไปใช้งาน
ปรากฏว่าได้ผลดีจนเธอต้องรีบโทรมาบอกกลางดึก

หรืออีกเรื่องหนึ่งเป็นตัวอย่างไม่ดีเท่าไรแต่ให้ข้อคิดได้ดีก็คือ
คือมีนักเรียนหญิงคนหนึ่งมาฝึกได้สักพักพอมีเพื่อนผู้ชายรู้
ว่ามาฝึกเกิดอยากลองของว่าจะทำได้ไหม ฝ่ายหญิงก็ห้าวพอกันคือให้ลองซะด้วย
เมื่อเข้าเทคนิคได้ฝ่ายชายก็ฝืนเต็มที่เพราะกลัวเสียหน้าปรากฏว่าผลที่ได้คือแขนฝ่ายชายหักไปเลย
อันนี้ก็เพราะแรงตัวเองและความคะนองกันแท้ ๆ
ทั้งที่เตือนแล้วเตือนอีกว่าอย่าเอาไปวิชาไปเล่นแต่ก็ยังเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น
ฝ่ายหญิงเองก็เสียใจที่ทำเพื่อนตัวเองเจ็บและเข้ามาขอโทษผมภายหลัง

ทำยังไงผู้หญิงถึงจะป้องกันตัวได้ ?

- มีสติ

สติเป็นเรื่องสำคัญสำหรับผู้ฝึกการป้องกันตัว หากไม่มีสติแล้วอารามที่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน
บางคนก็ตกใจจนทำอะไรไม่ถูก บางคนก็ช๊อคจนนิ่งไปชั่วขณะ จนทำให้ไม่สามารถป้องกันตนเองได้

- ผ่านการฝึกฝน

การฝึกศิลปะการป้องกันตัวจะช่วยได้ในด้านร่างกายและจิตใจได้ระดับหนึ่ง
เมื่อฝึกไปสักพักโดยมากผู้ฝึกมักเกิดปฏิกิริยาตอบโต้ขึ้นในระดับดีพอควร
การฝึกซ้ำ ๆ จะพัฒนาทักษะหลาย ๆ อย่างให้กับผู้ฝึก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสายตา การตัดสินใจ กล้ามเนื้อ การตอบโต้
แต่อย่างไรก็ตามผู้ฝึกจะต้องฝึกด้วยเวลาพอสมควร ไม่ใช่แค่มอง ๆ แล้วคิดว่าทำได้แล้วครับ

- ผ่านการฝึกที่ถูกต้อง

นอกจากผ่านการฝึกแล้วต้องผ่านการฝึกที่ถูกต้องด้วยครับ
จริง ๆ แล้วผมว่าตรงนี้ชี้เป็นชี้ตายกันได้เลยจริง ๆ

อย่างที่บอกในตอนที่แล้ว การสอนป้องกันตัวมันเหมือนดูง่ายสำหรับที่ฝึกมานานแล้ว
ดังนั้นหลาย ๆ ที่ทำการสอนการป้องกันตัวให้กับคนทั่วไปโดยลืมคิดถึงจุดนี้
หลาย ๆ ที่มาถึงก็จับคุณผู้หญิงเปลี่ยนชุดไปยืนต่อย เตะกันเลย
แต่สิ่งหนึ่งที่มักถูกลืมกันว่าจะต้องเรียนและจะต้องสอนคือแนวคิดในการป้องกันตัวครับ
จะทำอย่างไรถึงจะไม่เข้าไปสู่จุดที่เสี่ยง จะทำอย่างไรถึงจะหลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่คับขันได้
การใช้กำลังย่อมเป็นหนทางสุดท้ายจริง ๆ เพราะยังไงก็มีความเสี่ยงอยู่

หลายครั้งจะพบปัญหาว่าครูฝึกทำได้ลูกศิษย์ทำไม่ได้ ก็เพราะ ประสบการณ์ต่างกันครับ

ถ้าเป็นการฝึกศิลปะการต่อสู้ตามปกตินี่ไม่เป็นไรหรอกเพราะมันต้องฝึกกันยาวเลย

แต่ถ้าการฝึกป้องกันตัวนี่ไม่จำเป็นต้องฝึกท่าเทคนิคมากไป แต่สำคัญที่ต้องทำให้ได้ครับ

อีกอย่างหนึ่งบางคนหากเรียนเป็นคอร์สที่ระยะสั้นมาก ๆ และพบครูฝึกที่ไม่ค่อยดี
ในตอนหลังอาจจะพบสถานการณ์แย่ ๆ ว่าเวลาอยู่ในสถานที่เรียนทำไมมันทำได้
แต่เวลาออกมาข้างนอกเหมือนจะทำไม่ได้แล้ว เพราะในการฝึกนั้นส่วนมากจะมีการยอมกันพอสมควรอยู่แล้ว
เพราะคู่ฝึกรู้อยู่ว่าฝืนไปก็เจ็บปล่าว ๆ
พอออกมาข้างนอกการใช้งานเทคนิคแบบครึ่ง ๆ กลาง ๆ อาจจะยิ่งเสี่ยงกว่าเดิมเสียอีกครับ

แล้วเดี๋ยวค่อยทะยอยมาต่อตอนต่อไปครับ

Tags:

ไว้อาลัย Helio Gracie

Posted in ประกาศ on February 17th, 2009 by admin

เมื่อวันที่ 29?มกราคมที่ผ่านมา เป็นวันที่ทั่วโลกได้รับข่าวการเสียชีวิตของ Helio Gracie
ผู้ที่เป็นบิดาและต้นกำเนิดของ Gracie Jiu-jutsu

ด้วยอายุมากกว่าเก้าสิบปี Helio?ก็ยังฝึกฝนตัวเองอยู่ตลอดเวลา
เป็นตัวอย่างที่ดีกับนักศิลปะการต่อสู้รุ่นหลัง ๆ

ผมเองเคยได้พบกับ Helio ในงานสัมมนาของ Gracie Jiu-jutsu ครั้งหนึ่งในญี่ปุ่น
และ ทำให้ได้นำเรื่องของ Helio?มาลงในเวปเมื่อประมาณสิบปีก่อนนี้
ขอร่วมไว้อาลัยในการสูญเสียครั้งใหญ่ของวงการศิลปะการต่อสู้ครับ

Tags: ,

ศิลปะการป้องกันตัวและสุภาพสตรี กับปัญหาที่ยังไม่มีวันจบ

Posted in บทความ on August 5th, 2008 by admin

ศิลปะการป้องกันตัวและสุภาพสตรี กับปัญหาที่ยังไม่มีวันจบ

มีอยู่หลายครั้งที่จะได้รับคำถามเรื่องการป้องกันตัวจากสุภาพสตรีหลาย ๆ ท่าน
ว่าจะเรียนการป้องกันตัวยังไงดีโดยต้องการฝึกที่ง่าย เร็ว และใช้งานได้จริง
ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วขอบอกเลยว่า…ยากครับที่จะทำแบบนั้นได้

ทำไมถึงเห็นว่าเป็นอย่างนั้น ดูง่าย ๆ จากปัจจุบันในหลักสูตรพละศึกษาในโรงเรียนส่วนใหญ่
จะกำหนดให้มีการฝึกวิชาศิลปะการสู้สักวิชาหนึ่งลงไปด้วย แต่ผลที่ได้นั้นอย่างที่เห็นกันก็คือ
โดยมากหลังจากเรียนจบแล้วนักเรียนก็จะลืมสิ่งที่เคยได้เรียนไปเสียเกือบหมด
ทั้ง ๆ ส่วนมากต้องฝึกกันทั้งเทอมการศึกษา หรือ บางครั้งเรียนกันถึงปีด้วยซ้ำไป
ทำให้เห็นได้ว่าส่วนมากการฝึกศิลปะการต่อสู้อย่างเพียงผิวเผินนั้นไม่ได้ผลเท่าที่ควร

การเรียนศิลปะการต่อสู้ของสุภาพสตรีนั้นจะพบเห็นกันมากโดยทำเป็นคอร์สระยะสั้น
โดยมีการเรียนประมาณเดือนหรือสองเดือน ซึ่งการฝึกมักจะแตกต่างจากการเรียนศิลปะการต่อสู้ทั่วไป
โดยฝึกการต่อสู้เป็นท่า ๆ ไป เพื่อให้ผู้เรียนจดจำได้เร็วที่สุด

อย่างไรก็ตามเนื่องจากการสอนการป้องกันตัวสำหรับสุภาพสตรีนั้น
ค่อนข้างเป็นการสอนที่ดูง่ายสำหรับคนที่ฝึกศิลปะการการต่อสู้มาพอสมควร
อีกทั้งไม่มีการควบคุมในเรื่องการสอนแตกต่างการการฝึกในวิชาต่าง ๆ ที่ต้องขึ้นกับสำนักหรือโรงฝึก
ทำให้การสอนในบางที่ไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ

ดังนั้นหากจะเข้าฝึกการฝึกการป้องกันตัวระยะสั้นแล้ว ควรจะหาสถานที่ฝึกที่เชื่อถือได้
และ ผู้สอนมีประสบการณ์สอนพอสมควร เนื่องการการเรียนจะแตกต่างจากการเรียนการต่อสู้โดยทั่วไป
เพราะถึงว่าครูฝึกอาจจะเป็นคนเก่งในการป้องกันตัวแต่การฝึกของสุภาพสตรีจะต่างไปเนื่องจากเหตุผลทางด้านสรีระ
หากไม่เข้าใจความแตกต่างข้อนี้ก็จะไม่สามารถสอนได้อย่างมีประสิทธิผล
ในบางครั้งบางที่มีการสอนท่าตาย(คือใช้แล้วไม่รอดแหง ๆ) ท่าเสี่ยง ๆ ทั้งหลายให้กับสุภาพสตรี
บางท่าเป็นท่าโชว์ออกจะสวยงามซะมากกว่า หรือ ที่พบเห็นมากก็คือท่าที่ต้องใช้การฝึกนานมากเพื่อให้ใช้ได้เหมาะสม
บางครั้งดูแล้วแทนที่จะเป็นท่าที่ใช้ป้องกันตัวได้กลับกลายเป็นว่าอาจจะยั่วโหโหอีกฝ่ายให้มากขึ้นเสียอีก

เรื่องการใช้และพกพาอาวุธก็เหมือนกัน สุภาพสตรีบางท่านคิดว่าไม่ต้องฝึกอะไรไปหรอกแต่ใช้วิธีพกอาวุธแทน
แล้วก็ไปขนซื้อกันมาไม่ว่าจะเป็นเครื่องช๊อตไฟฟ้า ปืน มีด สเปร์ยพริกไทย หรือ ไซเรน
แต่โดยมากกลับพกพาในแบบที่แทบเอาออกมาใช้งานไม่ได้ ยกตัวอย่างง่าย ๆ ว่าไม่ว่าอาวุธอะไร
ผู้หญิงมักจะนำไปเก็บในกระเป๋าถือ โดยรวมกับของใช้อื่น ๆ หรือ อย่างดีอาจจะแยกช่องไว้บ้าง
แต่เมื่อมีเหตุการณ์ขึ้นมากลับหยิบออกมาใช้ไม่ได้ เช่น หากถูกวิ่งราว(ไปทั้งกระเป๋าเลย) ถูกล๊อคคอ ถูกดึงแขนไว้
กลายเป็นว่าเหตุการณ์เหล่านี้ทำให้ไม่สามารถเปิดกระเป๋าเพื่อนำอาวุธออกมาใช้ได้
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวลาตกใจ เมื่อคุมสติไม่อยู่ อาวุธทั้งหลายจะแทบไม่มีประโยชน์เลย

เมื่อผมอยู่ที่ญี่ปุ่น เคยดูรายการหนึ่งที่ให้สุภาพสตรีพกเครื่องไซเรนป้องกันตัวเอาไว้ โดยจะเข้าไปทำร้ายหรือลวนลามในเวลาใด ๆ ก็ได้
หากจำไม่ผิดปรากฏว่า มีผู้ที่สามารถเปิดไซเรนได้เพียงแปดคนจากทั้งหมดหนึ่งร้อยคน! เพราะ ส่วนมากนำไปเก็บในกระเป๋าถือ
บางคนแม้แต่จะรูดซิปกระเป๋าถือยังทำไม่ได้เลยด้วยซ้ำไป

การพกพาอาวุธเพื่อป้องกันตัวนั้นจะต้องพกพาอาวุธที่เหมาะสม และฝึกหัดที่จะใช้งานอย่างถูกวิธีจึงจะมีประโยชน์
หากไม่มีการฝึกหัดแล้วอาวุธบางอย่างอาจจะเป็นภัยกับตัวเองมากกว่าคนร้ายด้วยซ้ำไป

Tags:

FBT Thailand BJJ/SUB-GRAPPLING OPEN

Posted in ประกาศ on July 30th, 2008 by admin

fbt_thailandopen.png

ข่าวครับ?

การแข่งขัน บราซิลเลี่ยน ยูยิสสู? FBT Thailand BJJ/SUB-GRAPPLING OPEN

วันที่ 27-28 กันยายนนี้

ดูรายละเอียดอื่น ๆ จาก
http://www.thailandbjjcomp.blogspot.com
http://www.emacthailand.com/
และ http://www.bangkokfightclub.com/

Tags:

รูปแบบของ Boxing Gym ในต่างแดน น่าสนใจกับบ้านเราไหม?

Posted in บทความ on July 19th, 2008 by admin

รูปแบบของ Boxing Gym ในต่างแดน น่าสนใจกับบ้านเราไหม?

เมื่อไม่นานมานี้ผมนั่งคุยกับเพื่อนทหารคนหนึ่งที่เคยเรียนอยู่ต่างประเทศ
ซึ่งในตอนนั้นเขาเข้าชมรมมวยสากล และ ต่อยมวยสากลอยู่พักหนึ่ง
ทำให้เกิดไอเดียอะไรขึ้นมาอย่างหนึ่งที่บ้านเรายังแทบไม่เห็น (มีแต่น้อย)
ทั้งที่บ้านเราน่าจะทำได้มากกว่าใครเพื่อนเพราะบุคลากรเยอะมาก

เริ่มมาจากสมัยอยู่ญี่ปุ่นผมมักต้องไปรอรถไปอยู่ที่สถานี ๆ หนึ่ง
ขณะที่รอรถไฟนั่นเองในฝั่งตรงข้ามจะมองเห็นค่ายมวยอยู่
ในบางครั้งก็จะเห็นสาวญี่ปุ่นหน้าตาจิ้มลิ้มยืนซ้อมชกลม
อยู่หน้ากระจกเป็นอะไรที่น่าดูไม่น้อยทีเดียว ^_^
ค่ายมวยแบบนี้นิยมเรียกว่า Boxing Gym หรือ บ๊อคซิ่งยิมนั่นเอง
(ตอนนี้มีทั้งมวยไทยและมวยสากลแล้ว)
ค่ายมวยแบบนี้มักรับทั้งผู้ที่ต้องการต่อยมวยแบบอาชีพ
รวมทั้งผู้ที่ต่อยแบบสมัครเล่น และ ต้องการรักษาสุขภาพด้วย
ซึ่งคนที่เข้าเรียนก็เห็นทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ หญิง และ ชาย

แตกต่างจากบ้านเราบ๊อกซิ่งยิมแบบนี้มักอยู่ในเมืองนี่เอง
โดยอยู่ในตึกทั่ว ๆ ไป บางทีก็เจออยู่ในห้างใหญ่ ๆ ก็มี
ส่วนมากจะดูสะอาดสะอ้าน มีกระจกให้ชกลม มีกระสอบทรายให้ซ้อม
และ แน่นอนว่าติดแอร์ แล้วก็ตั้งเวทีแบบเตี้ย ๆ? ไว้
ที่สามารถให้ผู้เรียนขึ้นซ้อมชกได้

screenhunter_01-jul-19-0501.jpg
ตัวอย่างบ๊อคซิ่งยิมที่อยู่ริมถนน
ภาพจากเวป http://www.otsuka-guide.com/2007/12/post_42.html

screenhunter_03-jul-19-0502.jpg
บ๊อคซิ่งยิม อีกที่หนึ่งที่สว่างไสวตอนกลางคืน
ด้านข้างเขียนว่ามีคอร์สไดเอ็ตสำหรับสุภาพสตรีด้วย
ภาพประกอบจากเวป http://blog.kichimani.com/?eid=324739

หากเปรียบเทียบกับค่ายมวยบ้านเราแล้วที่แตกต่างจากค่ายมวยบ้านเราหลัก ๆ
ก็คงเป็นเรื่องบรรยากาศการฝึกนั่นเองลักษณะที่จูงใจผู้ฝึกโดยทั่ว ๆ ไป
ตั้งแต่ความสะอาด ลักษณะภายนอก และ ทำเล ดูจูงใจให้ผู้ฝึกจริง ๆ
ลองคิดดูง่าย ๆ หากเดินผ่านตึกนี้เห็นทะลุกระจกเข้าไปทุกวัน ๆ
มันก็ทำให้คนที่เดินผ่านไปชินตาและ อาจจะอยากลองเข้าฝึกได้ง่าย ๆ
(วิธีนี้จริง ๆ แล้วก็ใช้กันอยู่ในวิชาที่คุณก็รู้ว่าคืออะไร…ใช่แล้วครับ เทควันโดนั่นเอง)

screenhunter_02-jul-19-0501.jpg
มองจากภายนอกก็จะเห็นเวทีที่กำลังซ้อมกันอยู่
ภาพจากเวป http://www.otsuka-guide.com/2007/12/post_42.html

อีกอย่างที่เห็นแตกต่างจากบ้านเราโดยมากก็คือ…ผู้ฝึกใส่เสื้อครับ ;-)
อาจจะเพราะบ้านเราเป็นเมืองร้อน เหงื่อเยอะ และ
ตั้งแต่สมัยก่อนก็มีแต่ผู้ชายทำให้นิยมถอดเสื้อฝึกกัน
ส่วนเขาเมืองหนาว ถึงจะหน้าร้อนก็ติดแอร์กันหมดแล้วก็เลยใส่เสื้อกันหมด
บางครั้งก็ใส่ชุดวอร์มไปเลยจะได้ลดน้ำหนักไปในตัวเลยด้วย
การใส่ชุดเสื้อผ้าเรียบร้อยก็ทำให้ดูดีขึ้นเยอะนะครับ

ก็เป็นอีกไอเดียหนึ่งเผื่อจะมีนักมวย นักมวยไทยท่านไหนสนใจ
ขึ้นมาลองมาใช้กับบ้านเราบ้าง ดีไม่ดีวันหนึ่งหากกำลังรอรถไฟฟ้าอยู่บนถนนสีลม
อาจมองทะลุกระจกฝั่งตรงข้ามไปอาจเห็นสาวไทยน่ารัก ๆ
มาืยืนเตะกระสอบทรายอยู่บ้างก็เป็นได้

อย่างที่รู้ ๆ กันว่าบ้านเรานั้นมุมมองของคนที่ไม่ได้อยู่ในวงการมองการเรียนมวยอย่างไร
ผู้ปกครองนั้นทำไมถึงไม่อยากส่งลูกเข้าไปเรียนตามค่ายมวยมันย่อมมีเหตุผล
หากปรับเปลี่ยนทัศนคตินั้นได้แน่นอนว่าจะมีคนไทยที่เข้าฝึกมวยเพิ่มขึ้นอีกเยอะครับ

Tags: , ,