ศิลปะการป้องกันตัวและสุภาพสตรี กับปัญหาที่ยังไม่มีวันจบ
ศิลปะการป้องกันตัวและสุภาพสตรี กับปัญหาที่ยังไม่มีวันจบ
มีอยู่หลายครั้งที่จะได้รับคำถามเรื่องการป้องกันตัวจากสุภาพสตรีหลาย ๆ ท่าน
ว่าจะเรียนการป้องกันตัวยังไงดีโดยต้องการฝึกที่ง่าย เร็ว และใช้งานได้จริง
ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วขอบอกเลยว่า…ยากครับที่จะทำแบบนั้นได้
ทำไมถึงเห็นว่าเป็นอย่างนั้น ดูง่าย ๆ จากปัจจุบันในหลักสูตรพละศึกษาในโรงเรียนส่วนใหญ่
จะกำหนดให้มีการฝึกวิชาศิลปะการสู้สักวิชาหนึ่งลงไปด้วย แต่ผลที่ได้นั้นอย่างที่เห็นกันก็คือ
โดยมากหลังจากเรียนจบแล้วนักเรียนก็จะลืมสิ่งที่เคยได้เรียนไปเสียเกือบหมด
ทั้ง ๆ ส่วนมากต้องฝึกกันทั้งเทอมการศึกษา หรือ บางครั้งเรียนกันถึงปีด้วยซ้ำไป
ทำให้เห็นได้ว่าส่วนมากการฝึกศิลปะการต่อสู้อย่างเพียงผิวเผินนั้นไม่ได้ผลเท่าที่ควร
การเรียนศิลปะการต่อสู้ของสุภาพสตรีนั้นจะพบเห็นกันมากโดยทำเป็นคอร์สระยะสั้น
โดยมีการเรียนประมาณเดือนหรือสองเดือน ซึ่งการฝึกมักจะแตกต่างจากการเรียนศิลปะการต่อสู้ทั่วไป
โดยฝึกการต่อสู้เป็นท่า ๆ ไป เพื่อให้ผู้เรียนจดจำได้เร็วที่สุด
อย่างไรก็ตามเนื่องจากการสอนการป้องกันตัวสำหรับสุภาพสตรีนั้น
ค่อนข้างเป็นการสอนที่ดูง่ายสำหรับคนที่ฝึกศิลปะการการต่อสู้มาพอสมควร
อีกทั้งไม่มีการควบคุมในเรื่องการสอนแตกต่างการการฝึกในวิชาต่าง ๆ ที่ต้องขึ้นกับสำนักหรือโรงฝึก
ทำให้การสอนในบางที่ไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ
ดังนั้นหากจะเข้าฝึกการฝึกการป้องกันตัวระยะสั้นแล้ว ควรจะหาสถานที่ฝึกที่เชื่อถือได้
และ ผู้สอนมีประสบการณ์สอนพอสมควร เนื่องการการเรียนจะแตกต่างจากการเรียนการต่อสู้โดยทั่วไป
เพราะถึงว่าครูฝึกอาจจะเป็นคนเก่งในการป้องกันตัวแต่การฝึกของสุภาพสตรีจะต่างไปเนื่องจากเหตุผลทางด้านสรีระ
หากไม่เข้าใจความแตกต่างข้อนี้ก็จะไม่สามารถสอนได้อย่างมีประสิทธิผล
ในบางครั้งบางที่มีการสอนท่าตาย(คือใช้แล้วไม่รอดแหง ๆ) ท่าเสี่ยง ๆ ทั้งหลายให้กับสุภาพสตรี
บางท่าเป็นท่าโชว์ออกจะสวยงามซะมากกว่า หรือ ที่พบเห็นมากก็คือท่าที่ต้องใช้การฝึกนานมากเพื่อให้ใช้ได้เหมาะสม
บางครั้งดูแล้วแทนที่จะเป็นท่าที่ใช้ป้องกันตัวได้กลับกลายเป็นว่าอาจจะยั่วโหโหอีกฝ่ายให้มากขึ้นเสียอีก
เรื่องการใช้และพกพาอาวุธก็เหมือนกัน สุภาพสตรีบางท่านคิดว่าไม่ต้องฝึกอะไรไปหรอกแต่ใช้วิธีพกอาวุธแทน
แล้วก็ไปขนซื้อกันมาไม่ว่าจะเป็นเครื่องช๊อตไฟฟ้า ปืน มีด สเปร์ยพริกไทย หรือ ไซเรน
แต่โดยมากกลับพกพาในแบบที่แทบเอาออกมาใช้งานไม่ได้ ยกตัวอย่างง่าย ๆ ว่าไม่ว่าอาวุธอะไร
ผู้หญิงมักจะนำไปเก็บในกระเป๋าถือ โดยรวมกับของใช้อื่น ๆ หรือ อย่างดีอาจจะแยกช่องไว้บ้าง
แต่เมื่อมีเหตุการณ์ขึ้นมากลับหยิบออกมาใช้ไม่ได้ เช่น หากถูกวิ่งราว(ไปทั้งกระเป๋าเลย) ถูกล๊อคคอ ถูกดึงแขนไว้
กลายเป็นว่าเหตุการณ์เหล่านี้ทำให้ไม่สามารถเปิดกระเป๋าเพื่อนำอาวุธออกมาใช้ได้
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวลาตกใจ เมื่อคุมสติไม่อยู่ อาวุธทั้งหลายจะแทบไม่มีประโยชน์เลย
เมื่อผมอยู่ที่ญี่ปุ่น เคยดูรายการหนึ่งที่ให้สุภาพสตรีพกเครื่องไซเรนป้องกันตัวเอาไว้ โดยจะเข้าไปทำร้ายหรือลวนลามในเวลาใด ๆ ก็ได้
หากจำไม่ผิดปรากฏว่า มีผู้ที่สามารถเปิดไซเรนได้เพียงแปดคนจากทั้งหมดหนึ่งร้อยคน! เพราะ ส่วนมากนำไปเก็บในกระเป๋าถือ
บางคนแม้แต่จะรูดซิปกระเป๋าถือยังทำไม่ได้เลยด้วยซ้ำไป
การพกพาอาวุธเพื่อป้องกันตัวนั้นจะต้องพกพาอาวุธที่เหมาะสม และฝึกหัดที่จะใช้งานอย่างถูกวิธีจึงจะมีประโยชน์
หากไม่มีการฝึกหัดแล้วอาวุธบางอย่างอาจจะเป็นภัยกับตัวเองมากกว่าคนร้ายด้วยซ้ำไป
รายละเอียดยาวหน่อยนะครับ แต่ผู้อ่านน่าจะได้อะไรใหม่ๆด้วยน่ะครับ ยินดีรับฟังทุกความเห็นครับ
ขออนุญาตเสนออีกความคิดเห็นนะครับ โดยใช้ประสบการณ์จากการสอนการต่อสู้ป้องกันตัวสำหรับผู้หญิงเพียง 10วัน (20ชั่วโมง) โดยอาศัยหลักการสอนแบบ จำลองสถานการณ์ และเน้นการ Contact โดยครูสอน ใส่ชุดป้องกัน และ มี head gear แบบมีหน้ากากใสด้านหน้า เพื่อให้ผู้เรียนสามารถกระแทกได้จริงๆ
จากประสบการณ์ที่เห็นมาตลอดระยะเวลาตั้งแต่เริ่มเรียนการต่อสู้มาจนเป็นคนสอนในปัจจุบัน การสอนการต่อสู้ป้องกันตัวสำหรับผู้หญิงในบ้านเราไม่เคยเปลี่ยนแปลง
1. โดยส่วนใหญ๋จะสอนว่า ถ้าคนร้ายทำแบบนี้ให้ทำอย่างนั้น หรือ อย่างนี้ ผมเรียกว่า Fixed Assault Technique การสอนแบบนี้มีสอนทุกโรงฝึก อาจจะให้ผู้เรียนจับคู่กัน สลับกันทำ จนผู้เรียนเกิดความชำนาญ แต่การเรียนแบบนี้มันต้องใช้เวลานานกว่าที่กล้ามเนื้อเราจะจำได้ที่เรียกกันว่า Muscle Memory ก็เลยทำให้ผู้สอนทำการสอนได้หลายๆคอร์สครับ และการสอนแบบนี้ เป็นการเรียนการถูกโจมตีแบบสมยอมครับ คือทั้งสองฝ่ายรู้แล้วว่า เพื่อนคู่ฝึกจะทำอะไร เราต้องทำอะไร ซึ่งในสถานการณ์อันตราย มันมีส่วนประกอบอื่นๆมาผสมด้วยไม่ว่าจะเป็น ความกลัว ตกใจ การที่จะทำได้อย่างที่ฝึกแบบนี้จึงเน้นแต่เพียงเทคนิคนั้นๆเพียงด้านเดียว หรือ อาจจะกล่าวได้ว่าเป็น เทคนิคของผู้สอนท่านนั้นเอง แต่ ไม่ได้เป็นการต่อสู้ป้องกันตัวที่เกิดจากผู้เรียนเอง (ผมเชื่อว่า ผู้เรียนทุกคนต้องเรียนพื้นฐาน อาวุธมือเปล่าด้วยแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นการใช้มือ เท้า ฯลฯ) สรุปในข้อนี้ ผมมองว่า การสอนแบบ Fixed Assault Technique นี้ผู้เรียนต้องเรียนนานเป็นปีๆแน่ๆ และ เรียนไปแล้วก็ยังไม่สามารถหา และ ทำเทคนิคที่ร่างกายตนเอง ณ ตอนนั้นสั่งได้
2.การสอนยังคงเน้นให้ผู้หญิงทำการ บิด หัก จับ ล็อค เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งผมมองว่า เป็นการฝึกที่ยาก และต้องใช้เวลานาน และ ยากที่จะให้ผู้หญิงทำการ บิด หรือ หัก มือ หรือ แขนของคนร้าย (หมายเหตุ ผมไม่ได้มองว่า วิชาที่เน้นการ บิด หัก จับ ล็อค ไม่ดีนะครับ เพียงแต่ไม่เหมาะในการต่อสู้ป้องกันตัวสำหรับผู้หญิง) บางท่านอาจจะโกรธ ดังนั้นผมขอยกตัวอย่าง การต่อสู้จับคุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ (ซึ่งเป็นผู้ชาย) กับ คนร้าย (ผู้ชาย) ถ้าพวกคุณเคยเห็นการจับกุมในทีวี หรือ เห็นกับตา จะเห็นว่า มันไม่ได้ง่ายเหมือนที่เราฝึก หรือ เรียนกันในโรงฝึก ตำรวจต้อง 2-3คนขึ้นไปถึงจะเอาอยู่ หรือไม่ตำรวจคนนั้นก็ต้องตัวใหญ่กว่าคนร้ายมากๆ แล้วคุณว่า ผู้หญิงจะเอาแรงที่ไหนมา บิด หรือ หัก บางท่านอาจจะบอกว่า การบิด หัก จับ ล็อค เป็นเทคนิคที่ไม่ต้องใช้แรงมาก ผมก็เห็นด้วยแต่ไม่ทั้งหมดครับ ผมเชื่อในการ Striking ครับ ใช้ระยะเวลาสั้น และ เป็นสัญชาติญาณของมนุษย์มากกว่า การบิด หัก จับ ล็อค และ ผมที่ได้รับสำหรับคนร้าย รุนแรงกว่า
3.การ Striking หรือการใช้อาวุธพวก มือ เท้า เข่า ศอก นั้นสอนได้ง่ายก็จริง แต่ การสอนเพื่อเอาตัวรอดนั้น ควรที่จะสอนและเน้นสิ่งที่ไม่อนุญาตใช้ในการแข่งขันครับ ซึ่งผมเชื่อเต็ม 100% ว่า ถ้าคุณอยากจะ จิกหัวคนร้ายเป็น ข่วนหน้า กัด จิ้มตา หรือ เตะ ตบ อวัยวะเพศคนร้ายได้ ต้องฝึกครับ และ ต้องฝึกให้มากกว่าการต่อย การเตะธรรมดาด้วยซ้ำครับ (หลายๆครั้งที่มี เพื่อนๆ น้องๆ ที่เรียนการต่อสู้เหมือนพวกเรามาแลกเปลี่ยนความรุ้กัน พอผมทำการ กัด ตบไข่ ข่วน ทุกคน งง และ ตกใจครับ เพราะ พวกเขาไม่เคยฝึก เท่านั้นเอง)
4. การจำลองสถานการณ์ ผมแทบจะไม่เคยเห็นการจำลองสถานการณ์ให้แก่ผู้เรียนสักครั้งเลยครับในการสอนของบ้านเรา เท่าที่ผมเคยจัดสอนมา ได้ความรู้กลับมาจากผู้สอนมากมายครับ เพราะพวกเขาที่เรียน ได้บอกให้รู้ว่า สิ่งที่เราสอนๆกันแบบ fixed assault technique นั้น เวลาพวกผู้หญิงที่เรียน ตกใจ เพราะ (ต้องขอโทษ และ ขอบคุณพวกเธอเหล่านั้นครับ) ผมกอดจริง ตบจริง ต่อยท้องจริงๆ เธอจะสู้โดยไม่คิดว่าจะต้องทำอะไร หรือ ต้องมาทำเทคนิคที่เรียนเลยครับ แต่เธอทำจากสัญชาติญาณการเอาตัวรอดในระดับหนึ่งครับ
5. ติดว่าต้องเป็น วิชานี้ หรือ style นี้ทั้งผู้สอน และ ผู้เรียน โดยลืมว่า เวลาต่อสู้จริง ไม่ใช่วิชา หรือ สไตล์ที่คุณเรียนนะครับที่ชนะ แต่มันเป็น คุณ ต่างหากที่ชนะ และ มีชีวิตรอด ยกตัวอย่าง เหมือน มีมีดอยู่ในมือ แล้วเรารอดมาได้เพราะเราอาจจะ แทง ปาด หรือ ฟันคนร้าย…คุณว่า คุณรอดมาได้เพราะมีด หรือ ว่าคุณรรอดมาได้เพราะว่า มือของคุณ ที่จับมีดกันแน่ (มีดมัน ปาด แทง ฟัน เองไม่ได้ ถ้าไม่มีมือจับ)
ยังมีอีกหลายๆอย่างที่การสอนในบ้านเราควรจะเปลี่ยนแปลงได้ในเรื่องการสอนการต่อสู้ป้องกันตัวสำหรับ ผู้หญิง
สำหรับ เพื่อนๆ ที่อยากทราบ หรือ อยากดูการสอนแบบนี้ สามารถมาแลกเปลี่ยนกันได้ครับ ผมยินดีต้อนรับ หรือ อยากจะให้ไปช่
รายละเอียดยาวหน่อยนะครับ แต่ผู้อ่านน่าจะได้อะไรใหม่ๆด้วยน่ะครับ ยินดีรับฟังทุกความเห็นครับ
ขออนุญาตเสนออีกความคิดเห็นนะครับ โดยใช้ประสบการณ์จากการสอนการต่อสู้ป้องกันตัวสำหรับผู้หญิงเพียง 10วัน (20ชั่วโมง) โดยอาศัยหลักการสอนแบบ จำลองสถานการณ์ และเน้นการ Contact โดยครูสอน ใส่ชุดป้องกัน และ มี head gear แบบมีหน้ากากใสด้านหน้า เพื่อให้ผู้เรียนสามารถกระแทกได้จริงๆ
จากประสบการณ์ที่เห็นมาตลอดระยะเวลาตั้งแต่เริ่มเรียนการต่อสู้มาจนเป็นคนสอนในปัจจุบัน การสอนการต่อสู้ป้องกันตัวสำหรับผู้หญิงในบ้านเราไม่เคยเปลี่ยนแปลง
1. โดยส่วนใหญ๋จะสอนว่า ถ้าคนร้ายทำแบบนี้ให้ทำอย่างนั้น หรือ อย่างนี้ ผมเรียกว่า Fixed Assault Technique การสอนแบบนี้มีสอนทุกโรงฝึก อาจจะให้ผู้เรียนจับคู่กัน สลับกันทำ จนผู้เรียนเกิดความชำนาญ แต่การเรียนแบบนี้มันต้องใช้เวลานานกว่าที่กล้ามเนื้อเราจะจำได้ที่เรียกกันว่า Muscle Memory ก็เลยทำให้ผู้สอนทำการสอนได้หลายๆคอร์สครับ และการสอนแบบนี้ เป็นการเรียนการถูกโจมตีแบบสมยอมครับ คือทั้งสองฝ่ายรู้แล้วว่า เพื่อนคู่ฝึกจะทำอะไร เราต้องทำอะไร ซึ่งในสถานการณ์อันตราย มันมีส่วนประกอบอื่นๆมาผสมด้วยไม่ว่าจะเป็น ความกลัว ตกใจ การที่จะทำได้อย่างที่ฝึกแบบนี้จึงเน้นแต่เพียงเทคนิคนั้นๆเพียงด้านเดียว หรือ อาจจะกล่าวได้ว่าเป็น เทคนิคของผู้สอนท่านนั้นเอง แต่ ไม่ได้เป็นการต่อสู้ป้องกันตัวที่เกิดจากผู้เรียนเอง (ผมเชื่อว่า ผู้เรียนทุกคนต้องเรียนพื้นฐาน อาวุธมือเปล่าด้วยแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นการใช้มือ เท้า ฯลฯ) สรุปในข้อนี้ ผมมองว่า การสอนแบบ Fixed Assault Technique นี้ผู้เรียนต้องเรียนนานเป็นปีๆแน่ๆ และ เรียนไปแล้วก็ยังไม่สามารถหา และ ทำเทคนิคที่ร่างกายตนเอง ณ ตอนนั้นสั่งได้
2.การสอนยังคงเน้นให้ผู้หญิงทำการ บิด หัก จับ ล็อค เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งผมมองว่า เป็นการฝึกที่ยาก และต้องใช้เวลานาน และ ยากที่จะให้ผู้หญิงทำการ บิด หรือ หัก มือ หรือ แขนของคนร้าย (หมายเหตุ ผมไม่ได้มองว่า วิชาที่เน้นการ บิด หัก จับ ล็อค ไม่ดีนะครับ เพียงแต่ไม่เหมาะในการต่อสู้ป้องกันตัวสำหรับผู้หญิง) บางท่านอาจจะโกรธ ดังนั้นผมขอยกตัวอย่าง การต่อสู้จับคุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจ (ซึ่งเป็นผู้ชาย) กับ คนร้าย (ผู้ชาย) ถ้าพวกคุณเคยเห็นการจับกุมในทีวี หรือ เห็นกับตา จะเห็นว่า มันไม่ได้ง่ายเหมือนที่เราฝึก หรือ เรียนกันในโรงฝึก ตำรวจต้อง 2-3คนขึ้นไปถึงจะเอาอยู่ หรือไม่ตำรวจคนนั้นก็ต้องตัวใหญ่กว่าคนร้ายมากๆ แล้วคุณว่า ผู้หญิงจะเอาแรงที่ไหนมา บิด หรือ หัก บางท่านอาจจะบอกว่า การบิด หัก จับ ล็อค เป็นเทคนิคที่ไม่ต้องใช้แรงมาก ผมก็เห็นด้วยแต่ไม่ทั้งหมดครับ ผมเชื่อในการ Striking ครับ ใช้ระยะเวลาสั้น และ เป็นสัญชาติญาณของมนุษย์มากกว่า การบิด หัก จับ ล็อค และ ผมที่ได้รับสำหรับคนร้าย รุนแรงกว่า
3.การ Striking หรือการใช้อาวุธพวก มือ เท้า เข่า ศอก นั้นสอนได้ง่ายก็จริง แต่ การสอนเพื่อเอาตัวรอดนั้น ควรที่จะสอนและเน้นสิ่งที่ไม่อนุญาตใช้ในการแข่งขันครับ ซึ่งผมเชื่อเต็ม 100% ว่า ถ้าคุณอยากจะ จิกหัวคนร้ายเป็น ข่วนหน้า กัด จิ้มตา หรือ เตะ ตบ อวัยวะเพศคนร้ายได้ ต้องฝึกครับ และ ต้องฝึกให้มากกว่าการต่อย การเตะธรรมดาด้วยซ้ำครับ (หลายๆครั้งที่มี เพื่อนๆ น้องๆ ที่เรียนการต่อสู้เหมือนพวกเรามาแลกเปลี่ยนความรุ้กัน พอผมทำการ กัด ตบไข่ ข่วน ทุกคน งง และ ตกใจครับ เพราะ พวกเขาไม่เคยฝึก เท่านั้นเอง)
4. การจำลองสถานการณ์ ผมแทบจะไม่เคยเห็นการจำลองสถานการณ์ให้แก่ผู้เรียนสักครั้งเลยครับในการสอนของบ้านเรา เท่าที่ผมเคยจัดสอนมา ได้ความรู้กลับมาจากผู้สอนมากมายครับ เพราะพวกเขาที่เรียน ได้บอกให้รู้ว่า สิ่งที่เราสอนๆกันแบบ fixed assault technique นั้น เวลาพวกผู้หญิงที่เรียน ตกใจ เพราะ (ต้องขอโทษ และ ขอบคุณพวกเธอเหล่านั้นครับ) ผมกอดจริง ตบจริง ต่อยท้องจริงๆ เธอจะสู้โดยไม่คิดว่าจะต้องทำอะไร หรือ ต้องมาทำเทคนิคที่เรียนเลยครับ แต่เธอทำจากสัญชาติญาณการเอาตัวรอดในระดับหนึ่งครับ
5. ติดว่าต้องเป็น วิชานี้ หรือ style นี้ทั้งผู้สอน และ ผู้เรียน โดยลืมว่า เวลาต่อสู้จริง ไม่ใช่วิชา หรือ สไตล์ที่คุณเรียนนะครับที่ชนะ แต่มันเป็น คุณ ต่างหากที่ชนะ และ มีชีวิตรอด ยกตัวอย่าง เหมือน มีมีดอยู่ในมือ แล้วเรารอดมาได้เพราะเราอาจจะ แทง ปาด หรือ ฟันคนร้าย…คุณว่า คุณรอดมาได้เพราะมีด หรือ ว่าคุณรรอดมาได้เพราะว่า มือของคุณ ที่จับมีดกันแน่ (มีดมัน ปาด แทง ฟัน เองไม่ได้ ถ้าไม่มีมือจับ)
ยังมีอีกหลายๆอย่างที่การสอนในบ้านเราควรจะเปลี่ยนแปลงได้ในเรื่องการสอนการต่อสู้ป้องกันตัวสำหรับ ผู้หญิง
สำหรับ เพื่อนๆ ที่อยากทราบ หรือ อยากดูการสอนแบบนี้ สามารถมาแลกเปลี่ยนกันได้ครับ ผมยินดีต้อนรับครับ
คุณ พูด ถูก ต้อง มาก ๆ…
เพราะการเรียน แล้ว นำไป ใช้ ประโยขน์ ได้ จริง …มันทำได้ ยาก จริง ๆ ค่ะ…
ดิฉัน ก็ เป็น คนหนึ่ง ที่ อยากเรียน เพื่อป้องกันตัว…
แต่ก็ ไม่ รู้ ว่า จะเริ่มต้น จาก ตรงไหน? อยากให้ ช่วยแนะ นำหน่อย ค่ะ
ขอบคุณ ค่ะ ส่งมาที่
อีเมลลื นี้ นะค่ะ ki_kye@hotmail.com ค่ะ
จาก maruko ค่ะ
เหมาะกับผู้หญิงดีคับ
ฉันเองก้ออยากเรียนศิลปะการต่อสู้แบบจริงๆจังๆ
เพราะเคยดูหนังของจาพนม และจีจ้า
เห็นแล้วก้อเกิดความรู้สึกชอบมากๆ
อยากทำได้อย่างนั้นบ้าง แต่ดูแล้วไม่ใช่ของที่เรียกว่าง่ายเลย
ฉันเองก้อไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไรบ้างที่สามารถ
เรียนศิลปะการต่อสู้ที่มีคุณภาพจริงๆ
ก้อรู้จากตรงนี้แหละค่ะ
ขอบคุณมากๆนะคะ
แต่ก้ออยากรู้อีกอย่างว่าการเรียนศิลปะการต่อสู้จนถึงระดับสูงสุด
ต้องใช้เวลาเท่าไหร่หรอกคะ??
ยังไงก้อส่งรายละเอียดมาที่ PK_heinzo_j.winter@hotmail.com
ก็อยากเรียนเหมือนกันอ่ะค่ะ
แต่ไม่มีพื้นฐานเลย จะทำยังไงดีคะ ?
หาเพื่อนเรียนอยู่ด้วยค่ะ
ขอรายละเอียด ที่เรียน ค่าเรียน ด้วยนะคะ
ขอเพื่อนเรียนด้วย T^T
ME-MEMORY@msn.com
ขอบคุณค่ะ
ถูกต้องแล้วครับ ชมรมผมก็สอนในลักษณะนี้เหมือนกัน และเน้นการสอนด้านจิตวิทยาในการป้องกันตัวและในการเอาตัว การเตรียมตัวให้พร้อมเพื่อการป้องกันตัว ตื่นตัวในการระวังภัยสังคมอยู่เสมอ
อยากให้ลูกสาว อายุ 15 ไปเรียนก่อนไปเมืองนอก เรียนที่ไหนดีใกล้โชคชัน 4 ลาดพร้าว เรียน วันเสาร์- อาทิตย์ ช่วยให้ข้อมูลหน่อยน่ะครับ ส่งเมล์มาได้ครับ
หากรู้รายละเอียดแจ้งด้วยครับ เห็นเคยมีคล้ายดาราเก่าเคยมาออกรายการว่าเปิดสอนอยู่ thun2500@hotmail.com
อย่างแรกคุณต้องลืมฉากแอ๊คชั่นในหนังให้หมดก่อนครับ เพราะภาพการต่อสู้จริง ๆ มันไม่ใช่แบบนั้น
Hi I’m Val ,a farang ,living in Thailand.
แต่ตอนนี้พูดและเขียนไทยได้ 100%… เป็นคนไทยแล้ว……
ผมสนใจในศิลปะป้องกันตัวและสูกับมีด …… เฉพาะมีด…..
คุณรู้จักอาจารย์- โรงเรียนศิลปะมีด (หรือคุณน่าจะสอนเองได้) ???
…….Thank you for the information
Val
สำหรับผู้ที่สนใจ ตอนนี้ผมเปิดหลักสูตร 1ปีครึ่ง ชื่อหลักสูตร Functional Kempo Karate Concepts แบ่งเป็น 3 ขั้น ขั้นต้น ขั้นกลาง และขั้นสูง
สำหรับสุภาพสตรี ผมกล้ารับรองว่าได้ฝึกเพียงขั้นต้น ก็สามารถเอาตัวรอดจากสถาการณ์ที่ไม่คาดคิดได้ คืออย่างน้อย ฉันกลับบ้านได้อย่างปลอดภัยแน่นอน
สนใจสามารถโทรสอบถามได้ที่ BING 081-4983896