ศิลปะการป้องกันตัวกับสุภาพสตรี ตอนต่อที่ 1
“ผู้หญิงหากฝึกศิลปะป้องกันตัวจะใช้งานได้จริงไหม”
คำถามนี้ก็มักมีมาบ่อย ๆ โดยเฉพาะสำหรับผู้ฝึกศิลปะการต่อสู้หรือศิลปะการป้องกันตัวใหม่ ๆ
เพราะบางคนก็บอกยังไงก็สู้แรงผู้ชายไม่ไหว คิดเอาเองจนไม่คิดจะฝึกไปเลย
เมื่อได้รับคำถามนี้ถ้าให้ผมตอบก็ต้องตอบว่า “วิชาการต่อสู้ใช้งานได้จริง” ครับ แต่ก็มีเงื่อนไขอยู่บ้าง
จากประสบการณ์สอนศิลปะการต่อสู้และการป้องกันตัวมาประมาณกว่าสิบปีมีหลายครั้งที่ผมได้รับโทรศัพท์ในเวลาไม่ปกติ
จากลูกศิษย์หรืออดีตลูกศิษย์หลายคนที่เกิดมีเหตุการณ์ที่ต้องนำวิชาที่เคยฝึกไปใช้ในเหตุการณ์เฉพาะหน้า
นักเรียนหลายคนที่เป็นสุภาพสตรีที่ได้รับการฝึกไปเป็นเวลาพอสมควรหลายคนผ่านเหตุการณ์
ที่สามารถกลายเป็นเรื่องใหญ่มาได้ด้วยดี
ยกตัวอย่างเรื่องที่ผ่านมานานแล้ว มีนักเรียนคนหนึ่งที่เป็นสุภาพสตรีเข้ามาฝึกตอนนั้นได้ไม่นานแล้วคนหนึ่ง
ถูกลวนลามในรถยนต์โดยเพื่อนชายที่นั่งข้าง ๆ หลังจากที่เคยฝึกมานานพอสมควรเมื่อเจอเหตุการณ์ก็คุมสติได้
และแก้ไขง่าย ๆ เพียงการกดบีบแตรรถยนต์จนอีกฝ่ายตกใจ และนำตัวเองออกมาจากรถยนต์ได้
เมื่อผมสอบถามในภายหลังเธอให้เหตุผลว่า ในตอนนั้นไม่ค่อยรู้สึกกลัวเลยเพราะเวลาฝึกที่โรงฝึกเจอแต่ผู้ชายตัวใหญ่กว่านี้ตั้งเยอะ
แล้วก็จำที่เคยถูกสอนเรื่องการขอความช่วยเหลือขั้นต้นแบบนี้ได้ก็เลยได้นำไปใช้งาน
ปรากฏว่าได้ผลดีจนเธอต้องรีบโทรมาบอกกลางดึก
หรืออีกเรื่องหนึ่งเป็นตัวอย่างไม่ดีเท่าไรแต่ให้ข้อคิดได้ดีก็คือ
คือมีนักเรียนหญิงคนหนึ่งมาฝึกได้สักพักพอมีเพื่อนผู้ชายรู้
ว่ามาฝึกเกิดอยากลองของว่าจะทำได้ไหม ฝ่ายหญิงก็ห้าวพอกันคือให้ลองซะด้วย
เมื่อเข้าเทคนิคได้ฝ่ายชายก็ฝืนเต็มที่เพราะกลัวเสียหน้าปรากฏว่าผลที่ได้คือแขนฝ่ายชายหักไปเลย
อันนี้ก็เพราะแรงตัวเองและความคะนองกันแท้ ๆ
ทั้งที่เตือนแล้วเตือนอีกว่าอย่าเอาไปวิชาไปเล่นแต่ก็ยังเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น
ฝ่ายหญิงเองก็เสียใจที่ทำเพื่อนตัวเองเจ็บและเข้ามาขอโทษผมภายหลัง
ทำยังไงผู้หญิงถึงจะป้องกันตัวได้ ?
- มีสติ
สติเป็นเรื่องสำคัญสำหรับผู้ฝึกการป้องกันตัว หากไม่มีสติแล้วอารามที่เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน
บางคนก็ตกใจจนทำอะไรไม่ถูก บางคนก็ช๊อคจนนิ่งไปชั่วขณะ จนทำให้ไม่สามารถป้องกันตนเองได้
- ผ่านการฝึกฝน
การฝึกศิลปะการป้องกันตัวจะช่วยได้ในด้านร่างกายและจิตใจได้ระดับหนึ่ง
เมื่อฝึกไปสักพักโดยมากผู้ฝึกมักเกิดปฏิกิริยาตอบโต้ขึ้นในระดับดีพอควร
การฝึกซ้ำ ๆ จะพัฒนาทักษะหลาย ๆ อย่างให้กับผู้ฝึก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสายตา การตัดสินใจ กล้ามเนื้อ การตอบโต้
แต่อย่างไรก็ตามผู้ฝึกจะต้องฝึกด้วยเวลาพอสมควร ไม่ใช่แค่มอง ๆ แล้วคิดว่าทำได้แล้วครับ
- ผ่านการฝึกที่ถูกต้อง
นอกจากผ่านการฝึกแล้วต้องผ่านการฝึกที่ถูกต้องด้วยครับ
จริง ๆ แล้วผมว่าตรงนี้ชี้เป็นชี้ตายกันได้เลยจริง ๆ
อย่างที่บอกในตอนที่แล้ว การสอนป้องกันตัวมันเหมือนดูง่ายสำหรับที่ฝึกมานานแล้ว
ดังนั้นหลาย ๆ ที่ทำการสอนการป้องกันตัวให้กับคนทั่วไปโดยลืมคิดถึงจุดนี้
หลาย ๆ ที่มาถึงก็จับคุณผู้หญิงเปลี่ยนชุดไปยืนต่อย เตะกันเลย
แต่สิ่งหนึ่งที่มักถูกลืมกันว่าจะต้องเรียนและจะต้องสอนคือแนวคิดในการป้องกันตัวครับ
จะทำอย่างไรถึงจะไม่เข้าไปสู่จุดที่เสี่ยง จะทำอย่างไรถึงจะหลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่คับขันได้
การใช้กำลังย่อมเป็นหนทางสุดท้ายจริง ๆ เพราะยังไงก็มีความเสี่ยงอยู่
หลายครั้งจะพบปัญหาว่าครูฝึกทำได้ลูกศิษย์ทำไม่ได้ ก็เพราะ ประสบการณ์ต่างกันครับ
ถ้าเป็นการฝึกศิลปะการต่อสู้ตามปกตินี่ไม่เป็นไรหรอกเพราะมันต้องฝึกกันยาวเลย
แต่ถ้าการฝึกป้องกันตัวนี่ไม่จำเป็นต้องฝึกท่าเทคนิคมากไป แต่สำคัญที่ต้องทำให้ได้ครับ
อีกอย่างหนึ่งบางคนหากเรียนเป็นคอร์สที่ระยะสั้นมาก ๆ และพบครูฝึกที่ไม่ค่อยดี
ในตอนหลังอาจจะพบสถานการณ์แย่ ๆ ว่าเวลาอยู่ในสถานที่เรียนทำไมมันทำได้
แต่เวลาออกมาข้างนอกเหมือนจะทำไม่ได้แล้ว เพราะในการฝึกนั้นส่วนมากจะมีการยอมกันพอสมควรอยู่แล้ว
เพราะคู่ฝึกรู้อยู่ว่าฝืนไปก็เจ็บปล่าว ๆ
พอออกมาข้างนอกการใช้งานเทคนิคแบบครึ่ง ๆ กลาง ๆ อาจจะยิ่งเสี่ยงกว่าเดิมเสียอีกครับ
แล้วเดี๋ยวค่อยทะยอยมาต่อตอนต่อไปครับ
Tags: ศิลปะการป้องกันตัว